“ประยุทธ์”สั่งบีโอไอ เร่งผลักดันการลงทุนภายในปี2559 เน้นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ


รัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการกระจายการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่ภูมิภาคและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปลายปีนี้

 นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่าการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)วานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้บีโอไอเร่งหาอุตสาหกรรมที่จะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนได้จริงในปี 2558–2559 โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลมีการส่งเสริมการลงทุนในประเภท 13 กลุ่ม 62 ประเภทกิจการ

“บีโอไอจะเร่งหารือกับภาคเอกชนเพื่อให้สามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนโดยเร็วที่สุด โดยต้องสอดคล้องกับความต้องการลงทุนของนักธุรกิจและความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ด้วย”

นางหิรัญญากล่าวว่าบีโอไอยังคงเป้าหมายในการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในปี2558 อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท จำนวนไม่น้อยกว่า 1,700 โครงการ โดย 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.–มิ.ย.) มีการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วกว่า 412,690 ล้านบาท โดยมีโครงการที่อนุมัติแล้ว 1,254 โครงการ

ทั้งนี้โครงการที่มีการขอการสนับสนุนการลงทุนในปีนี้กว่า 61% เป็นโครงการที่มีนักลงทุนมายื่นขอสนับสนุนการลงทุนตามรายชื่ออุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอได้มีการปรับปรุงรายชื่อไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“โครงการที่มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วบีโอไอได้มีการติดตามการลงทุนจริงโดยพบว่ากว่า 80% มีการลงทุนตามที่มีการขอการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งในทางปฏิบัติภายใน3เดือนหลังจากได้รับการประกาศสนับสนุนหากนักลงทุนไม่มีการเข้ามาติดต่อเราก็จะถอนไม่ให้การสนับสนุนในบริษัทนั้นๆ ส่วนกิจการที่มีการยืนขอสนับสนุนการลงทุนในปีนี้แม้จะไม่ใช่กิจการขนาดใหญ่แต่หากสามารถสร้างได้เร็วหรือเป็นกิจการที่ส่งเสริมการวิจัยหรือการจ้างงานที่มีคุณภาพขึ้นก็ถือเป็นกิจการที่ตรงกับกิจการที่เราต้องการสนับสนุน” นางหิรัญญา กล่าว

ผ่อนปรนเงื่อนไขลงทุนเอสเอ็มอี

เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่าที่ประชุมฯมีมติอนุมัติมาตรการเพื่อส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการขยาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษได้มีการอนุมัติให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการลงทุนของเอสเอ็มอีที่จะขอส่งเสริมการลงทุนจากเดิมต้องมีวงเงินในการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และอนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท มาใช้ในโครงการได้จากเดิมที่ต้องเป็นการลงทุนเครื่องจักรใหม่เท่านั้น

สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และ4อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้นโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขของกิจการที่จะลงทุนให้เหมือนกับกิจการเป้าหมายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมในการลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าวัตถุดิบจากเดิม 75% เป็น90% ภายในระยะเวลา5ปี รวมทั้งอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในทุกพื้นที่จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะโครงการที่ลงทุนในนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมเท่านั้น

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พิจารณาเกี่ยวกับมิติด้านความมั่นคงเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

สำหรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจเพื่อสังคม (social business)ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการให้เกิดขึ้น ที่ประชุมได้มีการหารือในเรื่องนี้โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่ามอบหมายให้กระทรวงการคลังไปจัดทำรายละเอียดในเรื่องนี้เกี่ยวกับมาตรการทางภาษีและมาตรการในการส่งเสริมนโยบายนี้ให้มีผลในทางปฏิบัติและเป็นระดับนโยบายที่รัฐบาลจะมีการส่งเสริมต่อไป

อนุมัติ7โครงการใหญ่4.3หมื่นล.

นอกจากนี้ที่ประชุมฯบอร์ดบีโอไอได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุน17โครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 43,917.7 ล้านบาทโดยมีโครงการต่างๆ เช่น บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม สังกะสีและเหล็กแผ่นเคลือบสี เงินลงทุน 3,279.2 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จ.ระยอง

บริษัท เอสอีไอ ไทย อิเล็คทริค คอนดักเตอร์ จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตเหล็กลวดอะลูมิเนียมสำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายส่งสัญญาณของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ เงินลงทุน 1,324 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จ.ระยอง โดยโครงการนี้ถือเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศ และมีแผนส่งพนักงานไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท อาโอยาม่าไทย จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตสลักภัณฑ์ เช่น สลักเกลียวแป้นเกลียว สำหรับใช้เป็นชิ้นส่วนยานพาหนะ มูลค่าเงินลงทุน 2,193 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จ.ระยอง

บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตตัวกระป๋องอะลูมิเนียม เงินลงทุน 1,410 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสระบุรี โดยโครงการนี้ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ของประเทศ

บริษัท ไดเซล เซฟตี้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ ได้แก่ อุปกรณ์กำเนิดก๊าซสำหรับถุงลมนิรภัย จำนวน 3 โครงการ เงินลงทุนรวม 2944.2 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดปราจีนบุรีทั้ง 3 โครงการ โดยถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนด้านความปลอดภัยในรถยนต์

บริษัท โอตานิ เรเดียล จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตยางยานพาหนะ เงินลงทุน 6,555.8 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดนครปฐม โดยโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ใช้วัตถุดิบยางในประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ โดยมีมูลค่าการใช้วัตถุดิบในประเทศถึงปีละ กว่า2,300 ล้านบาท

บริษัท มิลลิเมด จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตยาแผนปัจจุบัน เงินลงทุน 1,436.4 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดเชียงราย โครงการนี้เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนปัจจุบันของไทยให้ได้มาตรฐานการผลิตยาสากลตามข้อกำหนดจีเอ็มพีและการตรวจประเมินยาแห่งสหภาพยุโรป

บริษัท เอสอาร์เอฟ อินดัสตรี้ส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตฟิล์มพลาสติก และฟิล์มพลาสติกเคลือบโลหะ เงินลงทุน 2,429 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โครงการนี้มีการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยมูลค่าปีละกว่า 1,400 ล้านบาท และเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค

บริษัท สยามเซลลูโลส จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตเยื่อกระดาษสำหรับผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก เงินลงทุน 1,408.2 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดกาญจนบุรี

บริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล และไอน้ำ เงินลงทุน 910 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสิงห์บุรี โครงการนี้เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงชีวมวล สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. 2555 – 2564)

บริษัทอู่ทองกรีนพาวเวอร์ จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล เงินลงทุน 1,665.8 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสุพรรณบุรี โครงการนี้เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงชีวมวล สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. 2555 – 2564)

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เงินลงทุน 8,500 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. 2555 – 2564)โครงการกิจการสวนสนุก เงินลงทุน 1,440 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดภูเก็ต โดยจะเป็นสวนสนุกประเภทสวนน้ำผสมผสานกับอุทยานสัตว์น้ำ และจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศด้วย

บริษัท เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท 4 จำกัด ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการเขตอุตสาหกรรม เงินลงทุน 2,922.1 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โครงการนี้เป็นการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย และทำให้ภาคตะวันออกของไทยมีความสามารถในการแข่งขันดึงดูดการลงทุนกับประเทศอื่นๆ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

Sunday the 27th. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.