สถาบันอาหารรุก 5 ยุทธศาสตร์ ดันอุตฯ อาหารไทยสู่เวทีโลก


“ยงวุฒิ” ผอ.สถาบันอาหารคนใหม่ เปิด 5 ยุทธศาสตร์หลัก ดันอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่อาเซียนและเวทีสากล เตรียมตั้งศูนย์ Window of Thai Food ศูนย์กลางนักลงทุน พร้อมแหล่งข้อมูลผู้ประกอบการ ปักหลักใจกลางเมือง หวังสร้างมาตรฐานเดียวกัน เล็งจับมือหน่วยงานรัฐฯ

ส่งเสริมอาหารไทยครบวงจร คาดมูลค่าส่งออกอาหารไทยปี 59 อยู่ที่ 950,000 ล้านบาท เพิ่ม 5.6% กลุ่มน้ำตาล เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม ยังครองตลาดส่งออกอันดับต้น

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์สถาบันอาหารว่า ในปีนี้สถาบันอาหารจึงมีแนวทางการดำเนินงานด้วยยุทธศาสตร์ใหม่เพิ่มเติมจากแนวทางแรก เพื่อต่อยอดระดับการดำเนินงานของสถาบันอาหาร โดยตั้งเป้าว่าจะยกระดับเป็น “สถาบันอาหารแห่งชาติ ระดับอาเซียน และระดับเวิลด์คลาส” ภายในกรอบระยะเวลา 1-3 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างร่างแผนการดำเนินงานเป็นฉบับสมบูรณ์ ภายใต้บริบทเดิมที่สถาบันอาหารรับผิดชอบอยู่ผสานกับแนวคิดใหม่

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานมีดังนี้ 1. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ และหน่วยงานด้านการวิจัยต่างๆ พร้อมจัดตั้ง Window of Thai Food ให้เป็นศูนย์ One Stop Service อำนวยความสะดวกให้นักลงทุน และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หวังเป็นหน้าต่างในการเผยแพร่ ส่งเสริมภาพลักษณ์ และการค้าอาหารไทยอย่างครบวงจร โดยจะจัดตั้งในย่านธุรกิจการค้าใจกลางกรุงเทพฯ ส่วนระดับเอเชียมีเป้าหมายที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่ระดับเวิลด์คลาสมีเป้าหมายอยู่ที่ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และยูเออี

2. สร้างกรอบความร่วมมือกับองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหาร รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับสากล เช่น ความร่วมมือด้านการวิจัย การตรวจวิเคราะห์สินค้าทางห้องปฏิบัติการ การตรวจรับรอง (Inspection) และความร่วมมือทางด้านวิชาการอื่นๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนการศึกษาดูงานของนักวิจัย นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ มีเป้าหมายที่จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป 3. การรักษามาตรฐานรสชาติอาหารไทย และกำหนดมาตรฐานอาหารไทย โดยริเริ่มโครงการ Exploring Thai Flavored และร่วมมือกับโครงการ Thai Delicious ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจอาหารไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

4. ผลักดัน Thai Food Heritage หรือ “ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย” พื้นที่การเรียนรู้สมัยใหม่เฉพาะทางด้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทย ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักและเป็นแหล่ง “ห้ามพลาด” ที่จะมาเยี่ยมชม และ 5. จัดตั้ง Design and Technology Center ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยทำความร่วมมือในการใช้ Facility กับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยวิจัยต่างๆ ในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแบบครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการออกแบบและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเป็นหน่วยตรวจวิเคราะห์

สถาบันอาหารรุก 5 ยุทธศาสตร์ ดันอุตฯ อาหารไทยสู่เวทีโลก
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับภาพรวมการค้าอาหารของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 (ม.ค.-ก.ย.) ผู้อำนวยการสถาบันอาหารกล่าวว่า การนำเข้าอาหารของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 ขณะที่การส่งออกลดลงร้อยละ 3.2 ส่งผลทำให้ดุลการค้าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนตลาดส่งออกอาหารของไทย ร้อยละ 60 อยู่ในทวีปเอเชีย รองลงมา ได้แก่ อเมริกาเหนือ ร้อยละ 13.2 ยุโรป ร้อยละ 11.9 และแอฟริกา ร้อยละ 10.2 และในช่วง 9 เดือนแรกการส่งออกไปยังตลาดเอเชีย และอเมริกาเหนือขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.9 และร้อยละ 0.2 ตามลำดับ ส่วนตลาดอื่นหดตัวลงทั้งหมด

“คาดว่าในปี 2558 นี้การส่งออกอาหารโดยรวมจะมีมูลค่า 900,000 ล้านบาท หดตัวลงร้อยละ 1.7 ส่วนในปี 2559 คาดว่ามูลค่าส่งออกจะอยู่ที่ 950,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ต้นทุนการผลิตลดลงตามราคาน้ำมัน รวมถึงเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ CLMV ที่ขยายตัว ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยง เช่น ภัยแล้งทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลง รายได้เกษตรลดลงกระทบต่อกำลังซื้อ รวมทั้งปัญหาในอุตสาหกรรมประมงไทย” ผอ.สถาบันอาหารกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสถาบันยังคาดว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารของไทยในปี 2559 จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเกษตรแปรรูปที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศ ดังนั้นต้องมีการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ เน้นอาหารปลอดภัย อาหารเพื่อสุภาพ และอาหารแห่งอนาคต เช่น อาหารที่เป็นยา, อาหารสุขภาพ รวมถึงอาหารเพื่อผู้สูงอายุ

 ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Friday the 17th. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.