วันเผยแพร่ วันศุกร์, ๐๓ มกราคม ๒๕๕๗

เรื่องต้องรู้ก่อนก้าวสู่การเป็นเถ้าแก่


จำนวนผู้สนใจทำธุรกิจส่วนตัวในบ้านเราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อาจเป็นผลจากกระแสค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในการทำงานมากขึ้น รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้หลายองค์กรเริ่มปลดพนักงาน ซึ่งบุคลากรจำนวนมากเลือกไม่กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานแต่เลือกจะหาทางทำธุรกิจส่วนตัวแทน โดยในปี 2557 นี้หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าจะมีธุรกิจ SMEs ใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็น “เถ้าแก่” หรือ “ผู้ประกอบการ” (Entrepreneur) หน้าใหม่ผ่านทางสื่อต่างๆ บ่อยครั้ง เรื่องราวที่ถูกนำเสนอมักเป็นเรื่องกิจการที่ประสบความสำเร็จหรือมีเรื่องราวน่าสนใจ แต่ในความเป็นจริง มีธุรกิจจำนวนมากที่ “เจ๊ง” หรือไปไม่รอด ซึ่งจากสถิติ มีธุรกิจเปิดใหม่มากกว่าร้อยละ 54 ต้องปิดตัวลงภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี มากกว่าร้อยละ 30 เลิกกิจการภายในปีถัดไป ส่วนที่อยู่รอดผ่านเส้นอายุ 3 ปีมีไม่ถึงร้อยละ 5 และที่ถือว่า “ประสบความสำเร็จ” ก็มีน้อยยิ่งกว่า

ส่วนตัวผู้เขียนเองโชคดีที่ได้มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายตั้งแต่เริ่มธุรกิจส่วนตัวครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี นอกจากนี้ยังทำงานเป็นพนักงานบริษัท ซึ่งบางครั้งก็ต้องเป็นทั้งลูกจ้างและเถ้าแก่ในเวลาเดียวกัน ฉะนั้น บทความแรกของปี 2557 ผู้เขียนจึงขอแชร์ประสบการณ์และเรื่องควรรู้สำหรับทุกท่านที่มีความคิดอยากเป็น “เถ้าแก่มือใหม่” ในปีนี้

คำสัญญาสำหรับเถ้าแก่มือใหม่

ผู้ประกอบการมักมีจุดเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเหตุผลแตกต่างกัน ในเบื้องต้นความเป็นเจ้าของนั้นมาพร้อมกับคำสัญญาของ “อิสรภาพทางเวลาและการใช้ชีวิต” ที่สามารถกำหนดเองได้ “ชื่อเสียง” ที่จะตามมาจากความสำเร็จของธุรกิจ รวมไปถึง “รายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย” ที่จะได้รับ สำคัญสุดคือการได้ “เป็นนายของตัวเองและเป็นผู้นำ” สามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงานได้ตามที่เห็นสมควรไม่ต้องฟังคำสั่งใคร และแน่นอนว่า “เจ้าของกิจการ” นั้นฟังดูดีกว่า “พนักงานเงินเดือน”

ถ้าวันนี้คุณกำลังคิดเริ่มธุรกิจส่วนตัวเพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่จะได้รับจากคำสัญญาเหล่านี้ ขอให้ลองกลับไปคิดใหม่อีกสักรอบเพราะในความเป็นจริง สิ่งเดียวที่คุณมั่นใจได้แน่นอนว่าจะได้รับคือ ความภูมิใจที่ “ได้เลือก” เดินตามความฝันทำตามความคิดของตัวเอง ประการอื่นๆ ล้วนเป็นสิ่งตามมาเมื่อคุณความสำเร็จและสามารถตกผลึกความเข้าใจในการใช้ชีวิตได้แล้วเท่านั้น

ตรวจสอบความพร้อมก่อนลงสนาม

การสำรวจความพร้อมของตนเองก่อนเริ่มลงมือก่อร่างสร้างธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในกรณีที่คุณยังทำงานประจำสิ่งแรกที่ต้องถามคือ ถ้าวันนี้คุณหยุดรับเงินเดือนแล้วคุณยังอยู่ได้หรือเปล่า ถ้าคุณและครอบครัวยังต้องพึ่งรายได้จากเงินเดือนประจำแสดงว่าคุณยังไม่พร้อม ในกรณีที่เงินทุนในการประกอบธุรกิจของคุณนั้นมาจากการกู้ยืมหรือมาจากเงินออมที่เก็บสะสม คุณควรถามตัวเองก่อนว่าถ้าเกิดธุรกิจเจ๊ง เงินที่ลงทุนทั้งหมดจะศูนย์เปล่าหรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ในช่วงปีแรกแล้วคุณจะเดือดร้อนมากขนาดไหน

นอกจากความพร้อมในด้านการเงินแล้ว การรู้จักตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถ 2 ประการที่เถ้าแก่ต้องมีคือการจัดการเรื่อง “คน” และประสบการณ์ด้าน “การขาย” เพราะไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจอะไรก็ตาม ก็มีโอกาสสูงมากที่คุณจะต้องทำงานเป็นทีม และไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าหรือธุรกิจบริการ คุณก็ต้องมีความสามารถในการขายไม่น้อย ลองสำรวจดูว่าตัวเองมีฝีมือและประสบการณ์ทั้งสองด้านเป็นอย่างไร เช่น หากคุณเป็นคนขี้อายหรืออ่อนประสบการณ์ด้านการขาย ก็อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกสักนิดก่อนลงสนามจริงในฐานะเถ้าแก่ เป็นต้น

Real Entrepreneur's Life Style

นอกเหนือจากความพร้อมในด้านที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องเผชิญคือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อคุณได้นั่งเก้าอี้เถ้าแก่ อิสรภาพทางด้านเวลาที่ได้รับจึงมักมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อความอยู่รอดของธุรกิจ รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมรายจ่ายด้านอื่นๆ ที่สูงตาม และในฐานะผู้นำจึงต้องคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลูกน้องที่ร่วมงานด้วย ความรับผิดชอบที่สูงขึ้นทำให้เถ้าแก่ทั้งมือใหม่และมือเก๋าต้องเครียดและทำงานหนักจนละเลยรักษาสุขภาพเสมอ ไลฟ์สไตล์ของเถ้าแก่จึงเป็นแบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน พร้อมจะเป็นทุกสิ่งและทำทุกอย่างในทุกเวลาที่จำเป็นเสมอ ยิ่งช่วงธุรกิจเปิดใหม่ทำให้ลืมเรื่องพักร้อนไปได้เลย และถึงคุณจะมีวันหยุด สมองคุณก็ยังคงคิดถึงเรื่องงานตลอดเวลา

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้านการใช้ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความพร้อมด้านธุรกิจการเงิน การเป็นเถ้าแก่หรือเจ้าของกิจการนั้น มีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจมากกว่ามองแต่ภาพลักษณ์สวยงามจากภายนอก

แนวทางสู่ความสำเร็จในธุรกิจและชีวิตเริ่มที่ตัวเรา

ผู้เขียนมีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีความสุขและมีชีวิตดีขึ้นหลังเริ่มทำธุรกิจด้วยตัวเอง บุคคลเหล่านี้มีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกันคือพวกเขามักเริ่มต้นด้วยความเข้าใจและวางแผนการดำเนินชีวิตก่อนเริ่มวางแผนธุรกิจเพราะมองเห็นไลฟ์สไตล์ที่จะเปลี่ยนไป

พวกเขาเหล่านี้มักให้ความสำคัญกับสมดุลในชีวิตครอบครัวและคนรอบข้างเป็นอย่างยิ่งเพราะรู้ว่าแรงสนับสนุนและความเข้าใจจากครอบครัวนั้นสำคัญเพียงใด พวกเขามักเริ่มต้นด้วยธุรกิจที่ตนรักหรือมีความรู้ลึกรู้จริงและแตก Line ทำธุรกิจด้านอื่นเมื่อประสบความสำเร็จในธุรกิจหลัก และสำคัญที่สุดคือพวกเขาเหล่านี้เป็นคนมีวินัยและเข้มงวดกับตัวเองอย่างยิ่งยวด ทั้งการปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีกับทุกคนในทีมและไม่หยุดหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาต่อยอดและพัฒนากิจการ

การเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองนั้นเปรียบได้เหมือนการเดินทางผจญภัย คุณค่าที่เกิดกับตัวเราอาจไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่อยู่ที่การเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งได้รับและผู้คนที่ได้พบตลอดเส้นทางนั้นๆ สุดท้ายเมื่อความเข้าใจชีวิตและผลการทำงานบรรจบกันอย่างลงตัว ผลที่ได้จะเป็นความสุข ความภาคภูมิใจ ทั้งในหน้าที่การงาน เพื่อนพ้องและครอบครัวที่เข้าใจ

เนื่องในโอกาสวันปีใหม่นี้ทางผู้เขียนและทีมงานเข็มทิศ SMEs ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่อวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำ ในทุกเส้นทางที่เลือก พวกเราขอสัญญาว่าจะสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานที่เป็นประโยชน์แก่ท่านตลอดการเดินทางอันแสนพิเศษนี้ต่อไป

สวัสดีปีใหม่ 2557

ธีระ กนกกาญจนรัตน์

ขอขอบคุณแหล่งที่มา

Wednesday the 22nd. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.