Black Ribbon

สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงสะท้อนจาก'SME'


 สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงสะท้อนจาก'SME'

สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงสะท้อนจากเอสเอ็มอี : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมบรรยายกับท่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสถาบันเพื่อเป็นการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หัวข้อในการบรรยายก็จะเป็นเรื่องยอดฮิตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี คือการเข้าถึงสภาพคล่องในภาวะที่เกิดปรากฏการณ์ที่ส่งผลต่อการเพิ่มต้นทุนการประกอบธุรกิจ

นั่นคือเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้นกับเรื่องความผันผวนในค่าเงินบาทที่มีการแข็งค่าขึ้นมา

ทางเอสเอ็มอีหรือตัวแทนกลุ่มเอสเอ็มอีได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ ว่าต้นทุนที่เพิ่มบวกกับความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้แรงงานเป็นฐานหรือที่เราเรียกว่ากลุ่มเอสเอ็มอีที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น (จากข่าวที่ปรากฏมาตรวัดที่มีการเสนออกมาคือ เอสเอ็มอีที่ใช้แรงงาน 15 คนขึ้นไป) และขณะเดียวกันก็เป็นเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ส่งออกด้วยเกิดอาการเป็นไข้ต้นทุนบวกอาการแทรกซ้อนจากค่าเงินบาทแข็ง มุมมองและเสียงสะท้อนที่น่ารับฟัง เช่น

1. การที่ต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มกับลูกจ้างเดิม คนเดิม ในอัตราใหม่ที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่โดยตรงเป็นภาระที่หนักมาก

2. ต้นทุนจาก Supplier หรือการรับต้นทุนจากต้นน้ำที่มีการบวกเพิ่มค่าแรงใหม่เข้าไปก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หนักพอควร

3. การมีรายได้เป็นเงินต่างประเทศแต่มีต้นทุนเป็นเงินบาท ตอนผลิตตอนทำสัญญาขายผูกพันกันที่ค่าเงินตัวหนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนอัตราหนึ่ง จากนั้นก็มีการคาดการณ์ว่าในตอนรับเงินจะสามารถแปลงเป็นเงินไทยในระดับราคาหนึ่ง ซึ่งก็จะนำไปเป็นรายได้คำนวณคู่กับต้นทุนที่เป็นเงินบาท กำไรขาดทุนก็ประมาณกันไว้ในจุดนั้นๆ

4. เวลาที่รับเงินจริงดันมีการไหลเข้ามาของเงินทุน อันเนื่องมาจากการเพิ่มปริมาณเงินของธนาคารกลางในประเทศยักษ์ๆ ทั้งหลายที่มายังภูมิภาคนี้รวมประเทศไทยบางส่วนนั้น ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน เงินบาทมีค่าแข็งขึ้นและมีแนวโน้มแข็งขึ้น

5. ข่าวสารข้อมูลที่ออกมาจากนักวิชาการ กูรู ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยากเกี่ยวข้อง ผู้ที่ไม่ควรจะเกี่ยวข้อง แกนนำม็อบตลอดจนบรรดากูรู้ กูก็รู้ กูไม่รู้ แต่อยากบอกว่ารู้ ต่างกรูเข้ามาให้ความเห็นยังกับฉลามได้กลิ่นเลือด คำถามมีอยู่ว่ามีใครรู้บ้างว่าเงินไหลเข้ามาเท่าใด เงินไหลไปลงที่ไหนบ้าง เงินไหลไปลงตลาดอะไรบ้าง อย่างละเท่าไร มันไม่เคยมีความกระจ่าง

6. จากข้อ 5.เลยเป็นที่มาของการบ่นออกมาดังๆ จากผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายว่า ทำไมไม่ลดดอกเบี้ยบาทจะได้อ่อน หรือทำไมไม่เก็บภาษีเงินทุนไหลเข้า ทำไมไม่เก็บค่าธรรมเนียมเงินทุนไหลเข้า คนค้าขายต้องการค่าเงินที่ไม่ผันผวน ต้องการอะไรที่แน่นอน

7. เรื่องตั้งแต่ข้อ 1-6 ผมไม่มีคำตอบจริงๆ แต่ผมเคยได้ฟังการบรรยายยุทธศาสตร์การเพิ่มความเข้มแข็งของเอสเอ็มอีไทยให้ทันโลก ทันการแข่งขันว่าเอสเอ็มอีไทย ในยุคใหม่ต้องมีการปรับตัวให้เร็ว ต่อมาคือต้องบริหารต้นทุนให้ดี ต้องวางแผน อย่าหวังพึ่งรัฐ ต้องพึ่งตนเอง ท่อนท้ายนี้ทำให้ผมนึกถึงคำพูดผู้นำต่างชาติท่านหนึ่งที่พูดว่า อย่าถามว่าประเทศจะให้อะไรท่าน แต่จงถามตัวท่านว่าท่านได้ให้อะไรแก่ประเทศ และท้ายสุดอยากพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ในอดีตท่านหนึ่งที่กล่าวว่า "สิ่งมีชีวิตที่จะอยู่รอดนั้นไม่ใช่สายพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นสายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้"

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงสะท้อนจากเอสเอ็มอี : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)

ขอขอบคุณแหล่งที่มา

Monday the 25th. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.