กลยุทธ์ปั้นเอสเอ็มอีสู้ศึกเออีซี :  เปิดหูเปิดตาอาเซียน : สร้างเครือข่ายธุรกิจ กลยุทธ์ปั้นเอสเอ็มอีสู้ศึกเออีซี


 

การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้หน่วยงานต่างๆ เร่งสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง โครงการ DIP SMEs Network Forum นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแก่เอสเอ็มอี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องในการสร้างความแข็งแกร่ง

"โครงการดังกล่าวจะทำให้มีการช่วยเหลือที่ทันท่วงที การสร้างเครือข่ายเพื่อจับคู่การเจรจาการค้ากับคู่ค้าในต่างประเทศ การสร้างเสถียรภาพแบบบูรณาการเพื่อให้สามารถพร้อมรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงในอนาคต" นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าว

นายโสภณกล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจและการค้าการลงทุนในประเทศกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันเสรีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการวิสาหกิจทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีที่มีจำนวนกว่า 2,700,000 ราย ต้องปรับตัวและพัฒนาตนเองให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในตลาดโลก จากการทำการตลาดแบบเดิมสู่การตลาดในเชิงกลยุทธ์ต้องมีการวางแผน ตลอดจนการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดเพื่อหาจุดแข็งจุดอ่อนขององค์กร ซึ่งทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้ประกอบการผ่านโครงการต่างๆ ของ กสอ.

รวมถึงโครงการ DIP SMEs Network Forum เป็นหนึ่งในโครงการที่มีแนวคิดในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแก่เอสเอ็มอี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกิจการในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการตลาด นวัตกรรมการผลิต ระบบการจัดการบุคลากร ฯลฯ ระหว่างองค์กรในภาคธุรกิจด้วยกันเอง ตลอดจนเป็นเวทีในการเปิดการค้าและการเจรจาทางธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดรับกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น อันจะสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรให้สามารถผนึกกำลัง สร้างความเข้มแข็งแก่เอสเอ็มอีไทย เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ ยังสร้างอำนาจต่อรองให้กับอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีไทยในเวทีโลก

โดยในปี 2556 โครงการ DIP SMEs Network Forum มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 140 กิจการ และในปี 2557 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 100 ราย นายโสภณ กล่าว

ด้านนายพรชัย รัตนตรัยภพ ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการ “DIP SMEs Network” กล่าวว่า ในปี 2554 เกิดปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และผลกระทบเออีซีทำให้เกิดการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการจากการสนับสนุนและริเริ่มของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก่อตั้งขึ้นโดยมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นที่จะเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งครอบคลุมทั่วประเทศมุ่งสู่การเป็นสภาเอสเอ็มอีไทย

ทั้งนี้ 5 หน้าที่หลักของเครือข่ายผู้ประกอบการ “DIP SMEs Network” ได้แก่ 1.การซื้อและจำหน่ายสินค้าภายในกลุ่มเครือข่าย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในลักษณะพึ่งพาอาศัยระหว่างกลุ่มการค้าเครือข่าย ซึ่งผู้ที่ซื้อสินค้าภายในกลุ่มจะได้รับส่วนลดในอัตราที่พิเศษ และผู้จำหน่าย จะได้ประโยชน์จากยอดสั่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น 2.การศึกษาดูงานระหว่างกลุ่มเครือข่าย เพื่อเป็นการถ่ายทอดให้แก่กลุ่มผู้ที่อยู่ในเครือข่ายได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ถึงแม้ว่าแต่ละประเภทของธุรกิจจะมีความแตกต่างกัน แต่หลักพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจนั้น มีความเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรการตลาดนวัตกรรมการผลิต ฯลฯ ฉะนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมากในการนำเอาหลักแนวคิดและวิธีการต่างๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจของตนเอง

3.เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรในเครือข่ายกับภาครัฐ ซึ่งจะสร้างอำนาจในการต่อรองระหว่างผู้ประกอบการในเครือข่ายและรัฐบาลมากยิ่งขึ้น 4.การสร้างเครือข่ายเพื่อจับคู่ทางธุรกิจ โดยได้มีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการในเครือข่าย เพื่อทำการจับคู่การเจรจาการค้ากับคู่ค้าในต่างประเทศ (Business Matching) ล่าสุดได้มีการจับคู่การเจรจาการค้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้เอสเอ็มอีในเครือข่ายและสร้างเม็ดเงินในธุรกิจการส่งออกได้อย่างมาก และ 5.สร้างเสถียรภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย โดยการเชื่อมโยงให้เครือข่ายให้มีการพัฒนาในแบบบูรณาการกับทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถพร้อมรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 140 ราย และตั้งเป้าปี 2557 จะมีผู้เข้าร่วมโครงการอีกกว่า 240 ราย

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังจัดงาน “Industrial Forum” ซึ่งเป็นงานที่บูรณาการเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในเชิงลึก ด้านการดำเนินงานตลาด การผลิต การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมการเงิน และพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย เช่น กิจกรรมการสัมมนาและบรรยายพิเศษ ในหลากหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็น หัวข้อตลาดเปลี่ยนธุรกิจเปลี่ยน การคิดเชิงกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจในภาวะวิกฤติ การเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการด้านการเพิ่มผลิตภาพอย่างมีนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ฯลฯ

กิจกรรมคลินิกอุตสาหกรรมที่ให้คำปรึกษาแนะนำในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะสามารถรักษาได้ในทุกอาการของธุรกิจ ตั้งแต่ปัญหาในขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจไปจนถึงปัญหาสภาวะทางการเงิน ขั้นวิกฤติของอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสภาพการณ์ต่างๆ ตลอดจนให้บริการข้อมูลของโครงการอื่น ๆ อีกกว่า 40 โครงการ อาทิ โครงการ NEC โครงการ EDIPP ฯลฯ โดยงานดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้ประกอบการร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย

Wednesday the 22nd. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.