Black Ribbon

สรุปผลงาน Productivity On Tour “โตอย่างมั่นใจ ไปด้วยกัน ไปได้ไกล กับผลิตผลที่ยั่งยืน จ. นครปฐม


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) จัดสัมมนา Productivity on tour “โตอย่างมั่นใจ ไปด้วยกัน ไปได้ไกล กับผลิตผลที่ยั่งยืน” ณ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม โดย คุณจงเกียรติ  อนันตอัมพร รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวต้อนรับ คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานสัมมนา และคุณสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส รองผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความร่วมมือของการจัดสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

วัตถุประสงค์การจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการSMEs ถึงแนวทางและประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต  (Productivity) ที่สามารถลดต้นทุนการผลิตภายในองค์กร และรับฟังข้อมูล ประเด็นปัญหาของสมชิก SMEs ในระดับภูมิภาคเพื่อนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาและเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับสมาชิก SMEs

งานสัมมนาในครั้งนี้มีผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคการผลิต การค้า และบริการ ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงได้ร่วมสัมมนามากกว่า 160 คน โดยในช่วงแรกเป็นการบรรยายถึงสภาพเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินบาท และการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาคการผลิต และนอกจากนี้ได้มีการจัดประชุมระดมสมองระดับผู้บริหารนัดพิเศษ (CEO Forum) เพื่อหารือถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครปฐมและแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

  • ทิศทางเศรษฐกิจ

การขยายตัวของเศรษฐกิจ : EIC ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.1% เป็นผลมาจากภาครัฐเบิกจ่ายงบลงทุนที่มีมากถึง 4.6% ในแผนการบริหารการจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริโภคของภาคเอกชนเติบโต 4.5% และการลงทุนเติบโต 8.0% โดยได้แรงสนับสนุนจากมาตรการคืนภาษีรถคันแรกและการขยายตัวของสินเชื่อ และด้านการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 7.1% ตามสภาพเศรษฐกิจของตลาดคู่ค้าหลัก

ค่าเงินบาท : จากการแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากต้นปี 2013 ประมาณ 5% เป็นการแข็งค่าที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูงจะเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องพึ่งพาการส่งออกมาก เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว ยางพารา อาหารทะเลแปรรูป ผักและผลไม้แปรรูป ทำให้ผู้ส่งออกไทยบางรายสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ : ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ และทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย อาทิ

  • ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จากการปรับขึ้นของค่าแรงและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
  • การขาดแคลนแรงงาน
  • การแข่งขันจากการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน (AEC)

การเปลี่ยนแปลงปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ (Global trend), การเปลี่ยนแปลงเครือข่ายสังคม (Social network), เทคโนโลยี (Technology) และการเข้าสู่การจัดการสีเขียว (Going green)

  • การเพิ่มผลิตภาพการผลิต

จากปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ผู้ประกอบการเผชิญจากข้างต้น แนวทางการเพิ่มผลิตภาพการผลิตเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยผู้ประกอบการลดผลกระทบได้ ซึ่งการเพิ่มผลิตภาพทำได้จากการลดปัจจัยการผลิต (Input) ได้แก่ แรงงาน ทุน พลังงาน วัตถุดิบ บริการ และ/หรือเพิ่มผลผลิต (Output) จากปริมาณผลผลิต ยอดขาย และมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มขึ้น โดยมีแนวทาง ดังนี้

1. แรงงาน เช่น การพัฒนาทักษะแรงงาน โดยการฝึกอบรมให้มีทักษะหลายด้านเพื่อทำงานทดแทนกันได้ หรือการพิจารณาอัตราผลตอบแทน วัดจากความสามารถ (Compentency) เพื่อสร้างแรงจูงใจเช่น การจ่ายค่าจ้างเป็นรายชิ้นงาน

2. ทุน โดยจัดให้มีการ Maintenance Management เช่น โรงงานมีปัญหาเครื่องจักรเสียบ่อย ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการบำรุงรักษาหรือมีการวางแผนล่วงหน้า หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิต จะทำให้ต้นทุนรวมลดลงได้ในระยะยาว

3. พลังงาน เช่น การลดต้นทุนค่าขนส่ง โดยอาจมีการวางแผนเส้นทางการขนส่ง

4. วัตถุดิบ โดยสั่งซื้อวัตถุดิบที่ต้องการใช้ สร้างอำนาจการต่อรองกับ Supplier ทำสัญญาระระยาวให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ราคาต่ำ

5. บริการ เช่น การลดต้นทุนด้านเอกสาร โดยการส่ง email การใช้กระดาษ

  • CEO Forum การประชุมระดมสมองในครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครปฐม ซึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประสบปัญหา ได้แก่

1. ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการขึ้นค่าจ้างแรงงาน 300 บาท

หากพูดถึงผลกระทบจากการปรับค่าจ้างเป็น 300 บาท ผู้ประกอบการส่วนใหญ่แจ้งว่าค่าจ้างแรงงานที่ผู้ประกอบการจ่ายให้แรงงานนั้นจ่ายมากกว่า 300 บาท และมีการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้นก่อนที่ภาครัฐจะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน สาเหตุที่ต้องจ่ายค่าจ้างมากกว่า 300 บาท นั้น อันเนื่องมาจากต้องการให้สถานประกอบการของตนดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีการจ้างงานมากกว่า 300 สิ่งที่ผู้ประกอบการประสบปัญหาคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับผลผลิต ด้วยสาเหตุที่ว่าแรงงานขาดแรงจูงใจในการทำงานที่จะทำงานให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้น มีผู้ประกอบการบางรายปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตโดยปรับเปลี่ยนเครื่องจักรที่ทันสมัยและได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

2. การขาดแคลนแรงงาน

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน สถานประกอบการบางแห่งแก้ปัญหาโดยการใช้แรงงานต่างด้าว แต่สำหรับในสถานประกอบการที่ใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงก็มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นแรงงานในประเทศเนื่องจากจะต้องได้รับการฝึกฝนจนเกิดทักษะในการใช้เครื่องจักร การแก้ปัญหาของผู้ประกอบการในเบื้องต้นคือ การพัฒนาแรงงานที่ไร้ฝีมือให้แรงงานมีฝีมือ มีทักษะในการทำงาน และให้ค่าตอบแทนแรงงานเพิ่มขึ้นเมื่อแรงงานได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงาน

3. การเข้าถึงโครงการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ

ยังมีผู้ประกอบการอีกบางกลุ่มไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ เช่น โครงการฝึกอบรมตามที่หน่วยงานภาครัฐจัดขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต การบริหารการจัดการ ฯลฯ เนื่องมาจากผู้ประกอบการบางรายไม่ได้เป็นสมาชิกหรือไม่เคยติดต่อกับหน่วยงานของภาครัฐ จึงอาจทำให้สูญเสียโอกาสความสามารถในการพัฒนาหรือยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต

4. ขาดทัศนคติที่ดีระหว่างผู้ประกอบการและลูกจ้าง

สถานประกอบการบางแห่งมีความเข้าใจหรือทัศนะคติที่ดีต่อเป้าหมายของการดำเนินกิจการไม่ตรงกันระหว่างผู้ประกอบการและลูกจ้าง โดยผู้ประกอบการมีความต้องการรายรับกำไรสูงสุดและลูกจ้างก็มีความต้องการค่าจ้างสูงสุดเช่นกัน แต่เนื่องด้วยลูกจ้างได้รับค่าจ้างที่ลูกจ้างคิดว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้วและไม่ต้องการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มผลิตภาพการผลิตของกิจการ ตลอดจนการปรับปรุงและพัฒนาในส่วนอื่นๆ ของกิจการ

ดาวน์โหลดเอกสาร PDF : คลิก

Monday the 25th. Custom text here

ติดต่อสถาบัน SMI โทร:0-2345-1059 | แฟกซ์:0-2345-1108 | อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เว็บไซต์ : http://www.smi.or.th
© Copyright 2011 | SMALL & MEDIUM INDUSTRIAL INSTITUTE (SMI) | All rights reserved.

. Best online poker sites - All rights reserved.